๒๕๕๐/๐๖/๑๐

[SF?] Sweetalyssum.....Chepter 1[Jin♥Tomo]


Title : [SF?] Sweetalyssum.....Chapter 1
Pairing : Akanishi JinXYamashita Tomohisa
Author : Akashita

#1.....อดีตและบ้านใหม่.....((ครึ่งแรก))

"คุณอาจินอุ้มหนูโทโมะหน่อยสิฮะ" เสียงของเด็กชายหน้าตาน่ารักตัวกลม แก้มใสวิ่งตุบๆมาหาเด็กหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา

"หนูโทโมะ บอกแล้วว่าเรียกพี่สิ" เด็กหนุ่มอุ้มเด็กชายหน้าตาน่ารักขึ้น แล้วติเตือนที่หนูน้อยเรียกเขาแก่เกินวัย

"คุณอาจินๆๆๆๆๆๆๆๆ หนูโทโมะจะเรียกคุณอาจิน ๆๆๆๆ" หนูน้อยโทโมะไม่ฟังได้แต่ดิ้นขลุกขลักอยู่บนอกแกร่งของจิน

"ทีพี่จินยังเรียกหนูโทโมะ ตามที่หนูโทโมะบอกเลย"

"ก็หนูโทโมะ เป็นหนูโทโมะ.......คุณอาจินเป็นคุณอาจินน่ะสิ.....ไม่เอาแล้วปล่อยหนูโทโมะลงเลย ไปหาคุณแม่ดีกว่า" พูดจบก็ดิ้นๆหวังจะให้คุณอาจินปล่อย แต่ก่อนปล่อยมีรึคุณอาจินจะปล่อยไปง่ายๆ ริมฝีปากแดงสดของคุณอาจินฝังลงไปที่แก้มใสๆ ของหนูน้อยโทโมะฟอดใหญ่

"คุณอาจินน่ะ" หนูน้อยโทโมะเอามือป้อมๆจับแก้มตัวเอง แล้วก็ชิงหอมแก้มอาจินกลับเพื่อเป็นการแก้แค้น ((แก้แค้นรึ?? -"-))

"หนูโทโมะเอาคืน....ปล่อยๆ โทโมะจะไปให้คุณแม่ทำขนมให้กิน" จินปล่อยให้หนูน้อยโทโมะวิ่งตุบๆไปหาคุณแม่ในครัว

"เอาคืนเหรอ????" จินขำกับกิริยาอันน่ารักของหลานชายตัวเอง ก่อนจะเดินตามหนูน้อยโทโมะเข้าไปในครัว เพื่อหาของกินบ้าง

จินเดินเข้าไปหยิบโน้นหยิบนี่เพื่อช่วยให้พี่สาวของตนทำอาหาร และขนมของเจ้าตัวป่วนเสร็จเร็วขึ้น เพื่อรอการกลับมาของผู้เป็นสามี นานแล้วที่จินเข้ามาใช้ชีวิตเป็นครอบครัวเดียวกับพี่ชายด้วยความที่อายุห่างกันพอสมควร หลังจากการเสียชีวิตของคุณแม่ที่จิบะ เขาก็ย้ายมาอยู่กับเคอิจิ พี่ชายต่างสายเลือดที่แต่งงานมาอยู่กับภรรยาที่โตเกียว พอดีกับที่นาโอโกะตั้งครรภ์พอดี และเป็นอยู่จนถึงปัจจุบัน

"กลับมาแล้ว" เสียงของชายมาใหม่

"กลับมาแล้วเหรอฮะ??" เสียงใสของหนูน้อยโทโมะวิ่งเข้าไปหาผู้มาใหม่ ผู้ซึ่งได้ชื่อว่า พ่อ ของโทโมฮิสะ

"หอมเชียวมีอะไรกินบ้าง??"

ครอบครัวนี้ยังอบอุ่นเสมอ เสมอมาเมื่อมันมีทุกอย่างครบ จนวันใดวันหนึ่งต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป อย่างไม่มีทางหวนกลับมาได้ใหม่

"พี่นาโอโกะครับ" เสียงเรียกของจินที่ดูตื่นตระหนกวิ่งเข้ามาในบ้านอย่างกระหืดกระหอบ
"มีอะไรเหรอ? จิน.....วิ่งมาเชียว"
"พี่....พี่เคอิจิ.....พี่เคอิจิ" จินปากสั่นพูดไม่ออกกับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นมาได้ไม่นาน
"ทำไม? เขาเป็นอะไร?" น้ำเสียงของนาโอโกะที่ดูจะวิตกขึ้นเรื่อยๆ
"พี่เขา....โดนรถชน ผมเพิ่งเรียกรถพยาบาลมารับไปเมื่อกี้ แล้วผมก็มาบอกพี่"
"ที่ไหน?"
"โรงพยาบาล......." พูดจนจบก็เห็นว่านาโอโกะหยิบเสื้อโค้ชตัวใหญ่ออกมาใส่ คว้ากระเป๋าตังค์แล้ววิ่งออกไปทันที
"ไปรับโทโมะจังให้พี่ด้วย....พากลับมาบ้านนะ อย่าให้รู้ว่าพ่อเขาโดนรถชน" นาโอโกะวิ่งออกจากบ้านด้วยความเป็นห่วงสามีแต่ก็ไม่ลืมที่จะสั่งจินให้ไปรับโทโมะจากโรงเรียนด้วย

จินเดินไปตามทางเรียบตรงเพื่อไปรับหนูโทโมะ ภายในใจคิดอะไรมากมาก เหตุการณ์เมื่อกี้มันวิ่งวนจับต้นชนปลายไม่ถูก สับสน มันเกิดอะไรขึ้น? เขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนั้นมาก่อน.......เขาที่พยายามจะช่วยเด็กชายวัยเท่าๆกับหนูโทโมะจากเหตุการณ์รถชน เขาเหวี่ยงเด็กให้พ้นทางแต่ลืมที่จะป้องกันตัวเอง เคอิจิที่กลับมาด้วยกันก็วิ่งเข้ามาดึงเขาออก แล้วเป็นเคอิจิเองที่โดนรถชนเสียเอง จินถึงกลับทำอะไรไม่ถูก คนที่ดึงเขาคือ เคอิจิ เคอิจิที่เป็นพ่อของหนูโทโมะ ความรู้สึกผิดมันแล่นริ้วขึ้นมา จินรีบวิ่งไปที่ตู้โทรศัพท์แล้วโทรไปที่โรงพยาบาล รอจนรถนำร่างที่จมกองเลือดแล้ววิ่งมาบอกนาโอโกะ

"ประกาศ............ยามาชิตะ โทโมฮิสะ **ปี3 ห้องเอ มาพบญาติด้วยค่ะ"
เสียงประกาศดังไปทั่วโรงเรียน โทโมฮิสะถึงกลับมองไปที่เพื่อนสนิทก่อนจะหันไปตามเสียงของอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่
((**ม.ตัน นะจ๊ะ))

"ไปสิ ยามาชิตะคุง"

"อะ......ฮะ"
โทโมฮิสะลุกพรวดขึ้น แล้วเดินจากห้องออกไปอย่างช้าๆ เมื่อถึงห้องประชาสัมพันธ์ก็พบกับจินที่ยืนรอเขาอยู่แล้ว ใบหน้าหล่อเหลานั่นถูกเม็ดเหงือเกาะเต็มไปหมด ใบหน้าดูซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด

"อาจินมาหาผมเหรอฮะ?" คำสรรพนามแทนตัวที่ดูห่างเหินออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ? ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้ จินสะบัดหัวไล่ความคิดอื่นออกเสียก่อน

"กลับบ้านกัน....อาขออนุญาตทางโรงเรียนแล้ว"

"เดี๋ยวก่อนสิฮะนี่มันก็อีกแค่ 15นาทีก็จะเลิกแล้วนะฮะ"

"ก็นั่นสินะ.....กว่าหนูโทโมะจะขึ้นไปก็หมดเวลาพอดีนั่นแหละ กลับบ้านกัน" จินฝืนยิ้มออกมาอย่างฟื้ดๆ ซึ่งมันก็ไม่ทำให้โทโมฮิสะวางใจนัก

"มีอะไรกันแน่ฮะ......ถ้าไม่มีเรื่องอะไร อาจินก็ไม่มารับที่นี่หรอก"

"ไม่มี.....ไม่หรอก พอดีอาเลิกงานเร็วน่ะ"

"ไม่มีได้ยังไงกันฮะ นี่มันผิดปกติเกินไป ปกติ.......ผมแทบ.........จะไม่เห็น.........หน้าอาจิน..............ด้วยซ้ำ" คำพูดลำบากค่อยๆออกมาทีละคำ น้ำตาใสๆ เริ่มเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่สวย

"หนูโทโมะ"
จินสบถเรียกชื่อคนตรงหน้าเบาๆ ขาเรียวยาวพาร่างตัวเองเดินเข้าไปใกล้โทโมฮิสะ มือใหญ่ลูบเรือนผมอย่างปลอบประโลม

"อาขอโทษ......อาทำงานแล้ว..........หนูโทโมะต้องเข้าใจนะ"
ดูเหมือนว่าจินก็ไม่รู้อะไรมากนัก ตอนนี้เขารู้เพียงแค่ว่า เขาจะทำอย่างไรดี เพียงเรื่องแค่นี้ก็กระทบกระเทือนจิตใจคนตรงหน้ามากแค่ไหน? แล้วถ้ารู้ว่าคุณพ่อของตัวเองโดนรถชนล่ะ จินก้มหน้าซ่อนความสับสนจากคนตรงหน้า

"ไม่ใช่ว่าเพราะผู้หญิงคน........." พูดไม่จบประโยคนั้นก็ถูกกลืนหายไปโดยคนพูด ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเน้นเป็นเส้นตรง

"อะไรนะ??" จินได้ยินไม่ถนัดนักกับประโยคที่โทโมฮิสะพูดเมื่อกี้

"อ่ะ...ป่าวฮะ.......เดี๋ยวผมขึ้นไปเก็บของก่อนนะฮะ" พูดจบร่างบางของโทโมฮิสะก็ห่างออกไป

จนสักครู่โทโมฮิสะก็เดินมาหาจินอีกครั้ง โทโมฮิสะมองใบหน้าหล่อของจินอีกครั้งก่อนจะก้าวเดินนำออกไปโดยไม่พูดอะไร เกือบ 3เดือนที่จินไปทำงานบริษัทเดียวกับพ่อของโทโมฮิสะหลังจากย้ายมา แล้วนั่นก็ทำให้ความสัมพันธ์อาหลาน นั่นห่างออกไปอย่างคลุมเครือ ตลอด 15ปีของโทโมฮิสะ ข้างกายมีอาจินค่อยห่วงใยดูแลมาตลอด จน 3เดือนก่อนที่จินได้เข้ามาอยู่ที่บริษัทเดียวกับพ่อของโทโมฮิสะ จินทำตัวแปลกไป กลับบ้านดึก บางครั้งก็เห็นรอยลิปสติกที่เสื้อของจินกลิ่นน้ำหอมฉุนๆที่ไม่ใช่ของจิน จนวันนึงที่โทโมฮิสะไปเที่ยวกับเพื่อน จนได้รู้สาเหตุของท่าทีที่เปลี่ยนไปของจิน "ผู้หญิงคนนั้น" คนที่จินเรียกว่า "คนรัก"

"กลับมาแล้วฮะ" เสียงหวานกล่าวอย่างเคยชิน แต่แล้วกลับเงียบ ไม่มีเสียงของแม่ตอบกลับออกมาอย่างเคย โทโมฮิสะหันไปมองหน้าจินอย่างสงสัย

"อาจิน...คุณแม่ล่ะฮะ"

"เอ่อ.......ไปซื้อของล่ะมั้ง เดี๋ยวก็คงกลับ"

"............................."
ไม่มีเสียงตอบกลับจากคนถามมีเพียง ดวงตากลมโตที่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของจินอย่างไม่วางตา

"อะไร?? หนูโทโมะจ้องอาทำไม? หืม??" จินจับหัวโทโมฮิสะโยกไปมา

"ป่าวฮะ.....ผมขึ้นห้องก่อนนะฮะ" พูดจบก็รีบวิ่งขึ้นห้องอย่างรวดเร็ว

เวลาผ่านไปเกือบ 2ชั่วโมงที่จินยังนั่งอยู่ที่โซฟาตัวเดิม ร่างบางเดินลงมาจากห้องนอน เมื่อเห็นว่ามันนานเกินไปแล้วที่แม่และพ่อยังไม่กลับมา ทำไมเขาไม่นึกเอะใจเลย ทั้งๆที่อาจินทำงานที่เดียวกัน แล้วทำไมพ่อยังไม่กลับ แล้วแม่ที่ต้องอยู่บ้านทุกวันนั้นไปไหน?

"อาจินฮะ มีอะไรรึป่าว?"

"อ่ะ...ป่ะ....ป่าว" เสียงกระอักกระอวนเล็กๆจนโทโมฮิสะจับได้

"อาจินมีอะไรก็บอกผมดีกว่ามั้งฮะ??" โทโมฮิสะทิ้งตัวลงนั่งใกล้ชายหนุ่มตัวโต

"............................................."

"อาจิน ไม่อยากพูดกับผมแล้วใช่ไหมฮะ?" ดวงหน้าหวานหันไปมองชายหนุ่มด้านข้าง ดวงตากลมโตชื้นขึ้น

"ป่าวนะ อาไม่ได้คิดแบบนั้นกับหนูโทโมะเลย อาจินขอโทษ"
อีกครั้งแล้วที่จินเห็นน้ำตาของหลานชาย และอีกครั้งที่จินต้องขอโทษหลานชาย จากการกระทำของตัวจินเอง มือใหญ่รั้งศรีษะของโทโมฮิสะให้ซบลงตรงอกกว้างของตน

"ถ้าวันนึง คนที่หนูโทโมะรักที่สุด อยู่กับหนูโทโมะไม่ได้อีกแล้ว หนูโทโมะจะทำยังไง??" มือใหญ่ยังคงลูบเรือนผมสีอ่อนอย่างเบามือ

"อาจินถามผมแบบนี้ทำไม??"
โทโมฮิสะพูดไปพาลพาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ คนที่เขารักที่สุดมีอยู่แค่ 3คนเท่านั้น แล้วเกิดอะไรขึ้น ในหัวของเขามันวิ่งวนสับสนไปหมด

"อาจินถามผมทำไม??"

"อาเชื่อว่าซักวันหนูโทโมะต้องทำใจยอมรับมันได้ แต่ตอนนี้มันหนักเกินไป" มือใหญ่กดศรีษะของโทโมฮิสะให้แนบอกมากขึ้น

"หนัก? อะไรหนักฮะ? ผมไม่เข้าใจหรอก ผมว่าอาจินบอกผมมาเถอะ"

"พี่เคอิจิโดนรถชน เพราะว่าช่วยอาไว้" จินพยายามข่มเสียงให้นิ่งและเรียบที่สุด แต่ผิดกับคนในอ้อมกอดถึงกับสะดุ้งตัวขึ้น

"คุณพ่อ!!!! ทำไมอาจินไม่บอกผม คุณพ่ออยู่ที่ไหน??" ดวงตาใสรื้นด้วยน้ำตา

"คุณพ่อ คุณพ่ออยู่ที่ไหน? อยู่ที่ไหน? บอกมานะอาจินเอาคุณพ่อไปไว้ไหน?" กำปั้นน้อยๆทุบลงไปที่อกของจิน น้ำตาเปรอะไปทั่วดวงหน้าหวาน จินคว้าข้อมือเล็กไว้ แล้วรั้งเข้ามากอด

“อาจิน.....คุณพ่อ...............คุณพ่อ”
ดวงตากลมโตเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา ใบหน้าซบลงไปที่อกกว้างของจิน มือใหญ่ที่ทำได้เพียงการปลอบโยนเล็กน้อยใบหน้าหล่อกลับหมองเศร้าอย่างชัดเจน ความผิดทั้งหมดมันเป็นเพราะเขา เพราะเขาเอง เขาทำให้พี่เคอิจิต้องโดนรถชน

“อาจิน!!!”
หยดน้ำตาที่หล่นลงกระทบกับแก้มนุ่มๆของโทโมฮิสะ น้ำตาของคนตัวโตที่โอบกอดปลอบโทโมฮิสะ

“อาจิน.......อาจินร้องไห้ทำไมฮะ??” มือน้อยๆยกขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มแต่ไร้แม้เสียงสะอื้นใดๆ

“หนูโทโมะ โกรธอาไหม?” ตาคมหลุบต่ำลงหมองใบหน้าหวานเปรอะคราบน้ำตาของหลานชาย

“ถ้าเป็นผม ผมก็ทำแบบนั้นแน่” คำตอบที่ทำให้จินถึงกับสะอึก

ทำไมโทโมฮิสะเข้มแข็งอย่างนี้.......เขาสิที่ต้องการการปลอบใจจากใครซักคน และคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ คือหลานชายของเขาเอง

“อาจิน......พาผมไปหาพ่อได้ไหม?” ประโยคที่จินลังเลว่าจะพูดออกไป กลับหลุดออกมาจากปากอิ่มแทน
“ได้”

ไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงที่โรงพยายาลที่พ่อของโทโมฮิสะถูกส่งตัวมา สองคนก้าวเข้าไปกลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อตลบอบอวลไปหมด สายตาสอดส่ายหานาโอโกะที่ล่วงหน้ามาดูสามีของตนก่อนแล้ว

“นั่นคุณแม่นี่ฮะ” โทโมฮิสะชี้ไปที่ร่างคุ้นตาของหญิงวัย30ปลายๆที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าห้องฉุกเฉิน

“คุณแม่ฮะ” โทโมฮิสะวิ่งเข้าไปตะกองกอดร่างของผู้เป็นแม่ที่ใบหน้าดูหมองเศร้ามาก

“โทโมะ.....ลูกมาได้ไง? จิน?” สีหน้ากังวลฉายแววออกมาจน โทโมฮิสะเอ่ยปากออกมา

“ในนั้น ก็พ่อผมนะฮะ” โทโมฮิสะซุกลงไปที่อ้อมอกของแม่ น้ำตาใสเริ่มชื้นขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณพ่อจะเป็นอะไรมากไหมฮะ??” คำถามที่ฟังดูเรียบง่ายแต่ถ้าคนได้ฟังมันกลับตอกลึกเข้าไปในจิตใจ ลึกเสียจนมันปวดหนึบไปทั้งตัว

“แม่ฮะ แม่อย่าร้องไห้นะฮะ”

“พ่อไม่เป็นอะไรหรอกฮะ”

“เดี๋ยวพ่อก็ฟื้นเนอะ”

“พ่อน่ะ แข็งแรงจะตายไป.........ผมยังไม่ได้แข่งว่ายน้ำกับพ่อเลย ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะเลยนะ”

คำพูดต่างๆนานาพร่ำออกมาปะปนกับน้ำตาใสๆ ที่เจ้าตัวก็คงไม่รู้หรอกว่ามันไหลออกมามากเพียงใด คำพูดที่เหมือนการปลอบใจตัวเอง รอยยิ้มที่ยังมีให้เห็นแต่มันดูอ้างว้างและเหม่อลอย ดวงตาที่มองตรงออกไปไร้เงาของคน จินยืนมองหลานความรู้สึกผิดมันซัดกระหน่ำเข้ามาที่ตัวอย่างหนัก

“พ่อน่ะกินจุด้วย ฮ่าๆๆ”

“พ่อน่ะ...ขี้เซา แล้วก็ยัง..............”

“พอเถอะหนูโทโมะ” จินกลืนคำพูดปลอบใจตัวเองของโทโมฮิสะแล้วทรุดกายลงนั่งข้างๆ แล้วคว้าตัวเข้ามากอดแน่นๆ
“พอเถอะ...พี่เคอิจิไม่เป็นอะไรหรอก” พูดพลางหลับตาแน่น กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา

เวลาผ่านไปชั่วโมงเศษๆ ประตูห้องฉุกเฉินถูกเปิดออกโดยแพทย์ ใบหน้านั้นดูเป็นกังวลอย่างมาก ทั้งสามจึงรีบลุกขึ้นไปหาแพทย์ที่เพิ่งออกมาทันที

“เอ่อ.....สามีดิฉันเป็นไงบ้างค่ะ?”

“ผมต้องขอเสียความเสียใจด้วยครับ คนไข้สมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก เลือดคลั่งในสมองเยอะมากจนทางเราก็จนปัญญาครับ......ผ่าไปเปอร์เซ็นต์รอดก็เป็นศูนย์ ตอนนี้คนไข้อยู่ได้ด้วยเครื่องหายใจครับ ผมเลยจะออกมาถามกับทางญาติ”

“ไม่มีทางอื่นเลยหรือค่ะ?”
“ผมเสียใจด้วยจริงๆครับ”
“เอาออกเถอะค่ะ.....เอาออกเถอะ” หญิงสาวทรุดตัวลงไปกับพื้นตัวสั่นสะอื้นอย่างหนัก ไม่ต่างไปกับโทโมฮิสะ และจินนัก

“คุณพ่อ...................คุณพ่อยังไม่ได้อวยพรวันเกิดให้ผมเลยนะฮะ” น้ำตาใสรินไหลหนักกว่าเก่า แต่หมดแล้ว แรงที่จะให้เขาสั่นสะอื้น หมดแล้วน้ำตา หมดแล้วฮะคุณพ่อ โทโมฮิสะทรุดตัวลงนั่งข้างๆผู้เป็นแม่

“แม่ฮะ.........คุณพ่อไปสบายแล้วฮะ”

“โทโมะ” สองแม่ลูกกอดกันร่ำไห้ ไว้อาลัยให้แด่คนที่จากไปอย่างไร้วันหวนกลับ จินมองภาพนั้นด้วยความเจ็บปวด ตันเหตุคือเขาเอง เขาเองที่ทำให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ แบบที่ไม่ควรเป็น

หลังจากงานศพของเคอิจิ จินก็บอกว่าจะไปทำงานอเมริกา มีเพียงโทโมฮิสะเท่านั้นที่มาส่งเขาที่สนามบิน เพียงใบหน้าครั้งสุดท้ายที่ได้เห็น รอยยิ้มที่ว่างเปล่า 2ปีที่จินไปอยู่ที่อเมริกา 2ปีที่เขาพยายามจะลืมทุกอย่าง แต่คลื่นก็ซัดสาดเข้าตัวเขาอีกครั้ง เมื่อได้รับโทรศัพท์จากทางญาติว่าพี่นาโอโกะเสียแล้ว นั่นก็หมายความว่า "โทโมฮิสะเหลือตัวคนเดียว" คิดได้ดังนั้น ญี่ปุ่นจึงเป็นที่เดียวที่เขาควรไปอยู่ในตอนนี้



"อาจินฮะ.......อันนี้วางไว้ตรงนี้ได้รึป่าว?" โทโมฮิสะถามพลางวางกรอบรูปไม้ตรงโต๊ะตั้งทีวี

"เอาสิ...วางเถอะ" จินยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

"ของเยอะเหมือนกันนะเราเนี่ย?" จินบ่นพลางอุ้มกล่องใหญ่ๆ มาวางไว้ในห้องนอนที่เตรียมไว้ให้โทโมฮิสะ

"ฮะ"
โทโมฮิสะก้มหน้าอย่างอายๆ ของเยอะจริงๆซะด้วยสิ บางส่วนมันก็เป็นของพ่อกับแม่ ไม่อยากจะทิ้งไป เก็บไว้ให้ดูเหมือนว่าท่านทั้งสองยังอยู่

"ของพ่อกับแม่ฮะ" โทโมฮิสะพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

"อาขอโทษ ไม่น่าพูดเรื่องนี้เลย" จินเดินเข้าไปลูบเรือนผมสลวยเบามือ

"ไม่เป็นไรหรอกฮะ......ผมทำใจยอมรับมันได้แล้ว.....แบกไว้มันหนักเปล่าๆ....อาจินก็เคยบอกผมนี่ฮะ"
รอยยิ้มสดใสระบายบนใบหน้าหวาน เห็นดังนั้นจินก็โล่งใจ ที่โทโมฮิสะกลับมาสดใสอีกครั้ง

"ยังไงซะ......ผมก็มีอาจินอยู่ด้วยนี่ฮะ"

"นั่นสิ"

กล่องขนาดใหญ่ถูกนำพาขึ้นไปโดยร่างเล็กบางของโทโมฮิสะ มันดูทุลักทุเลมากในสายตาของจิน จินจึงรีบเดินไปเพื่อหวังจะช่วยแบกขึ้นไปบนห้องแทน แต่ทันใดนั้นเองที่จินกำลังจะเข้าไปใกล้โทโมฮิสะก็พลาดท่าหงายหลังลงมาจากบันไดขั้นที่5 มันก็ไม่สูงนักแต่ถ้าหล่นมาพร้อมกับเจ้ากล่องนั้นล่ะก็............ มือใหญ่ของจินรีบกระชากร่างบางออกก่อนที่กล่องใหญ่นั่นจะทับร่างบางนั่นซะ

"เป็นอะไรไหม?" จินถามคนหน้าหวานที่อยู่ในอ้อมกอด

"เอ่อ......เอ่อ ไม่เป็นไรฮะ......อาจินปล่อยผมเถอะครับ" ใบหน้าหวานร้อนผ่าวก้มงุดอยู่ที่อกกว้างของจิน

"เป็นอะไรรึป่าวน่ะ? หน้าหนูโทโมะแดงเลยนะ" จินจับใบหน้าหวานให้เงยขึ้น แล้วก้มหน้าหล่อเหลาของตัวเองให้เสมอกัน

"เป็นไข้รึเปล่า?"

"ป่ะ.....ป่าวฮะ" มือน้อยๆของโทโมฮิสะผลักที่อกกว้างให้ออกห่าง แล้วก็เดินเป็นเก็บของใส่กล่องไว้อย่างเดิม

"ร่วงหมดเลย....มาๆ อาช่วยเก็บ"
จินเดินเข้าไปใกล้แล้วทรุดตัวลงนั่ง กลิ่นโคโลญจ์นั่นลอยเข้าจมูกโทโมฮิสะ แล้วก็ส่งผลให้ใบหน้าหวานซับสีเลือดอีกครั้ง

โทโมฮิสะรีบเก็บของใส่กล่องโดยไม่พูดอะไรซักนิด พอเก็บเสร็จก็รีบยกกล่องขึ้นไปทันที แต่แล้วก็มีมือใหญ่เข้ามารั้งที่แขนเรียวไว้เสียก่อน

"เดี๋ยวอายกขึ้นไปให้" จินพูดจบก็รีบคว้ากล่องจากมือโทโมฮิสะแล้วเดินนำขึ้นไป ปล่อยให้โทโมฮิสะเดิมตามต้อยๆขึ้นไป

สองปีแล้วที่จินและโทโมฮิสะไม่ได้อยู่ด้วยกัน กับจินนั่นยังคงเป็นจินคนเดิม ยังคงเป็นอาจินที่ค่อยห่วงใยหนูโทโมะเสมอ แต่กับโทโมฮิสะล่ะ เขานั่นเปลี่ยนไป ภายในร่างกายและจิตใจมันเปลี่ยนไป มันวุ่นวายและสับสนเมื่อได้อยู่ใกล้ๆคนที่ได้ชื่อว่าเป็นอาแท้ๆของเขาเอง

จ๊ออออออออออออออกกกกกกกก~~~ เสียงท้องร้องครืดคราดทำให้จินหันมามองใบหน้าหวานที่ซับสีเลือดด้วยความอับอาย

"หิวเหรอ??" โทโมฮิสะพยักหน้ารับอายๆ

"แล้วก็ไม่บอกอา" จินจับศรีษะของเด็กหนุ่มหน้าหวานโยกไปมา แล้วเดินออกไป เพื่อจัดเตรียมอาหารให้กับหลานชายหน้าหวานของเขา

เขาจำได้ว่าอาหารที่โทโมฮิสะชอบที่สุดคงหนีไม่พ้นของเผ็ดๆ แต่ว่าเขาจะทำอะไรดีล่ะ ในเมื่อเขา "ทำอาหารไม่เป็น" คนตัวโตได้แต่หมุนซ้ายหมุนขวา ไปมาจับดน้นหยิบนี่ไม่ถูก มือหั่นผักแต่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร ในตู้เย็นมีแต่เหล้า กับเบียร์ ผักและไข่ไก่นิดหน่อย

"ทำอะไรดี??" จินคิดไปคิดมาอยู่คนเดียว

"ข้าวห่อไข่ก็ได้ฮะ ง่ายดี" เสียงหวานตอบเมื่อเห็นท่าทางคิดหนักของจิน

"อ่า...นั่นสิ งั้นเหรอ??..........ข้าวไม่มีนี่สิ" จินพูดกับตัวเองเหมือนไม่ได้ยินเสียงของใครอีกคน

"เดี๋ยวผมช่วยหุงฮะ" โทโมฮิสะเดินเข้ามาในครัวแล้วหยิบหม้อข้าวไป

"อ้าว......หนูโทโมะมาตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ??" คิ้วเข้มขมวดมุ่นด้วยความงง

"ก็ตั้งแต่ตอนที่อาจินถามว่า จะทำอะไรดี นั่นแหละฮะ" โทโมฮิสะก้มหน้ายิ้มกับท่าทางของคุณอายังหนุ่ม

"งั้นเหรอ?? อายจัง.....ทั้งๆที่อาบอกว่าจะมาทำให้แท้ๆ แต่กลับนึกอะไรไม่ออก......ไม่สมกับเป็นอาของหนูโทโมะเลย"

"อาจินคงไม่ชินกับการเข้าครัวน่ะสิ"

"ก็คงอย่างนั้น เพราะปกติ เรนะก็ทำให้อาทานน่ะ"

~เคร้งงงงงง~ เสียงของทัพพีที่โทโมฮิสะถืออยู่หล่นลงจน เจ้าตัวสะดุ้งขึ้น

"เป็นอะไรรึป่าว??" จินเดินเข้ามาดูใกล้ๆ

"อ่อป่าวฮะ....ผมฟังอาจินเพลินไปหน่อยน่ะฮะ"

โทโมฮิสะรีบก้มลงไปเก็บทัพพีขึ้นแล้วก็ก้มหน้าก้มตาหุงข้าว แต่ดูเหมือนว่า ไอ้นู้นไอ้นี่ อาจินของเขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย สุดท้ายก็กลายเป็นโทโมฮิสะเองนั่นแหละที่ทำมันทั้งหมด

"อาจิน ไม่ใช่แบบนั้นซักหน่อย ทำแบบนี้ต่างหาก"
โทโมฮิสะดึงมีดมาหั่นให้จินดูเป็นตัวอย่าง สายตาคมลอบมองใบหน้าหวานของหลานชาย ดวงตากลมโตดูสดใสแต่ถ้ามองลึกๆก็ฉายแววโศกเศร้า จมูกโด่งรับกับใบหน้าเรียว ปากอิ่มสีเชอรรี่สด สายตากลับหลุบต่ำไปที่ริมฝีปากอิ่มที่ยังขยับอยู่

"อาจินทำได้ไหมฮะ??" ใบหน้าหวานหันมาถามคนข้างๆที่ดูการสาธิตอยู่

"อ่ะ......อื้อ ได้ๆ" จินตื่นจากความคิดแล้วหันกลับมาสนใจกับผักตรงหน้า แล้วจัดการหั่นมันต่ออย่างเหม่อลอยแล้วก็ -ฉึบ- เสียงมีดที่หั่นกลับกลายเป็นเสียงที่แปลกไปจากเสียงหันผัก

"ชิ!!!" เสียงร้องของจินดังขึ้นเบาพอได้ยินกับตัวเอง มือใหญ่สะบัดเบาๆบรรเทาความเจ็บ แต่มันก็พอจะทำให้คนหน้าหวานที่ยืนอยู่ข้างนั่นเห็นการกระทำของคนตัวโตก้หันไปดู เห็นจินกดแผลเอาไว้

"อาจิน.....เป็นอะไรรึป่าวฮะ?....." ดวงตสกลมโตเบิกโผลงอย่างตกใจ รีบวิ่งหายไปกลับเข้ามาพร้อมกับชุดปฐมพยาบาล วิ่งไปจูงมือจินไปตรงอ่างล้างจานแล้วเปิดน้ำให้ไหลผ่านแผล

"เจ็บไหมฮะ?" สีหน้าดูเป็นห่วงจนจินนึกขอบใจ

"ไม่เจ็บหรอกแค่นี้เองนะ" จินหัวเราะ แล้วก็เดินตามหลายชายที่จูงเขาให้เดินต้อยๆไปนั่งลงที่เก้าอี้ ส่วนตัวเองก็นั่งคุกเข่ากับพื้น มือน้อยๆค่อยๆประคองมือใหญ่ของจินขึ้นทำแก้มพองลมแล้วเบาเบาๆที่เรียวนิ้วของจิน จินเห็นอย่างนั้นก็นึกขำในใจ ทำไมหลานผมเหมือน "ปลาทอง" อย่างงี้

"เพี้ยง!!!! ไม่เจ็บนะฮะ" จินยกมืออีกข้างที่ไม่บาดเจ็บขึ้นมาหยิกแก้มใสของหลานชาย

"มีหลานน่ารักมาทำแผลให้แบบนี้ อาก็หายเจ็บแล้ว" พูดจบก็ฝังจมูกโด่งไปที่แก้มใสที่ซับสีเลือดไปฟอดใหญ่

"อืม......ชื่นใจ หายเจ็บ" จินยิ้มแล้วขยี้ผมสลวยอย่างเอ็นดู

"อาจิน......เดี๋ยวสิฮะยังไม่ได้ทายาเลย"

--------------------------TBC ครึ่งหลัง-------------------------------

ไม่มีความคิดเห็น: